#Ebook นิยายวาย
#Ebook นิยายวาย
วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554
08ถึงคราวจะเกิดวิบัติ ใครจะห้ามไม่ให้เกิดนั้นยาก
๘.วิปตฺติ กาลสญฺชาตา ทุรฺวารฺยา เยนเกนจิตฺ
สายํ ปฺราตรฺวเน ชาตา หานิ เกน นิวารฺยเต.
ถึงคราวจะเกิดวิบัติ
ใครจะห้ามไม่ให้เกิดนั้นยาก
เหมือนอันตรายที่เกิดขึ้นในกลางป่าเวลาเช้าและเย็น
ใครๆ
ก็ห้ามยาก.
07คนที่ตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ทิ้งอยู่กับเรือนไม่ไปด้วย
๗.อรฺถา คฺฤเห นิวรฺตนฺเต ศฺมศาเน มิตฺรพนฺธเวา
สุกฺฤตํ ทุษฺกฺฤตํ ไจว คจฺฉนฺตมนุคจฺฉติ.
คนที่ตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ทิ้งอยู่กับเรือนไม่ไปด้วย
ญาติและมิตรพอนำศพไปส่งป่าช้าแล้วก็กลับ
ตามไปแต่กุศลและอกุศลเท่านั้น.
06ถึงเกิดในตระกูลต่ำ ถ้ามั่งมีทรัพย์สมบัติก็มีคนนับถือ
๖.อรฺวานฺ น กุลีโนปิ โลเกน ปูชฺยเต นระ
ศศินสฺตุลฺยวํโสปิ นิรฺธนะ ปริภูยเต.
ถึงเกิดในตระกูลต่ำ
ถ้ามั่งมีทรัพย์สมบัติก็มีคนนับถือ
ถ้าไร้ทรัพย์สมบัติถึงจะเกิดในตระกูลเลิศลอยฟ้า
คนก็ดูแคลน.
05คนที่มีใจบริสุทธิ์แต่ให้ทานได้เพียงผักหญ้า
๕.เทยานิ ตฺฤณปรฺณานิ ศุทฺเธน มนสารฺถินามฺ
ตทปฺยโศธิตสฺตฺยาคะ สฺวมำสตฺยาคการณาตฺ.
คนที่มีใจบริสุทธิ์แต่ให้ทานได้เพียงผักหญ้า
ยังชื่อว่าเป็นทานอันบริสุทธิ์ไม่ได้
เพราะการให้เลือดเนื้อซึ่งเป็นทานอันเลิศยังมีอยู่
(หมายความถึงผู้ที่ทานไดแต่ของเลวๆ ไม่กล้าให้ของที่ดี).
04คนผู้ประพฤติธรรมย่อมถือกิจวัตรอย่างหนึ่ง
๔
.
ทาริทฺรฺยสฺยาปรา มูรติ ยาจฺญา น ทรฺวิณาลฺปตา
จรตฺยปฺยธนะ ศมฺภภุ ตถาปิ ปรเมศฺวระ.
คนผู้ประพฤติธรรมย่อมถือกิจวัตรอย่างหนึ่ง
คือเที่ยวภิกขาจารอย่างคนขัดสน
มิใช่เที่ยวภิกขาจารเพราะไร้ทรัพย์
เหมือนพระพุทธเจ้า แม้ไม่มีทรัพย์ติดพระองค์เลย
ก็ชื่อว่าร่ำรวย.
03วาจาที่หยาบคายไม่สามารถทำใจของสัตบุรุษให้หวั่นไหวได้
๓. สาโธะ ปรุษวากฺยศฺจ น มโน ยาติ วิกฺริยามฺ
น หิ ตายิตุ ศกฺยํ สาครามฺพฺสฺตฺฤโณลฺกยา.
วาจาที่หยาบคายไม่สามารถทำใจของสัตบุรุษให้หวั่นไหวได้
เหมือนน้ำในมหาสมุทร ใครจะเอาคบหญ้าเผาให้ร้อนไม่ได้.
02คนที่อาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ ก็ดำรงอยู่ได้ ไม่อดตาย
๒.เอตาวชฺชนฺมสาผลฺยํ ยทนายตฺตวฺฤตฺติตา
เย ปราธีนชนฺมานสฺ- เต จ ชีวนฺติ เก มฺฤตาะ
.
คนที่อาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ ก็ดำรงอยู่ได้ ไม่อดตาย
แต่การหาเลี้ยงชีพโดยลำพังตนเอง มีผลดีกว่า
.
01ชนทั้งหลายผู้มีตามืดด้วยฝ้าหมอกคือความโง่เขลา
๑.อชฺญานติมิรานฺธานมฺ วิภฺรานฺตำนำ กุทฺฤษฺฐิภิ
ชฺญานาญฺชนศลากาภิ วฺยาเสโนนฺมิลิตํ จ ตตฺ.
๑.ชนทั้งหลายผู้มีตามืดด้วยฝ้าหมอกคือความโง่เขลา
ความเห็นผิดทำให้งมงายไปต่างๆ
ย่อมรักษาให้ตาสว่างได้ด้วยยาคือญาณ.
วฺยาการศตกมฺ:คำนำของหนังสือวยาการศตกะ
หนังสือ วยาการศตกะนี้ ต้นฉบับเดิมเป็นอักษรขอมจานในใบลาน ต้นฉบับเดิมน่าจะได้มาจากลังกาในสมัยรัชการที่ ๓ ซึ่งในคราวนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ส่งสมณทูตไปลังกาครั้งแรก และพระสังฆนายกฝ่ายรัมมะวงศ์เมืองคาฬุ ได้ให้หนังสือภาษาสันสกฤตเป็นการส่วนตัวแก่พระอมระ(พระอมราภิรักขิต (เกิด) เวลานั้นยังเป็นพระปลัดของพระธรรมการ (สุข) เมื่อเป็นตำแหน่งพระญาณรักขิต อยู่วัดบรมนิวาส)
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สภานายกหอพระสมุทรวชิรญาณ ได้สันนิษฐานไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ว่า หนังสือวยาการศตกะนี้ได้มาจากลังกาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๓
ได้ผ่านการชำระโดย พราหมณ์ มุ. กุปปุสสวามี อารย. และพระวินิจวรรณการ(แสง สาลิตุล) เปรียญ เป็นผู้แปล ผู้ชำระหนังสือนี้ชี้แจงว่า หนังสือวยาสศตกะที่มีชื่อในบัญชีต่างประเทศนั้นเคยเห็นในอินเดีย แต่เป็นสุภาษิตทางศาสนาพราหมณ์ พระวยาสมหาฤษีเป็นผู้แต่งไว้ หนังสือวยาการศตกะนี้เป็นสุภาษิตทางพุทธศาสนา และเป็นคนละฉบับกับวยาการศตกะที่เป็นของศาสนาพราหมณ์
จึงเป็นไปได้ตามทัศนะของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่กล่าวไว้ว่า “นักปราชญ์คนใดคนหนึ่งในลังกาทวีปที่นับถือพุทธศาสนาจะเอาหนังสือวยาสศตกะของพราหมณ์มาแก้ไข ที่ไหนความเป็นสามัญใช้ได้ไม่ขัดกับทางพุทธศาสนาก็คงไว้ ที่ไหนไม่ตรงก็แก้ไขเข้าหาพุทธศาสนา เมื่อดัดแปลงแก้ไขแล้วจึงเลยเปลี่ยนชื่อว่า วยาการศตกะ คงคำ ศตกะ อันแปลว่าร้อยบทไว้ เปลี่ยนชื่อวยาสมหาฤษีเป็นวยาการ ซึ่งถ้าจะแปลความก็ว่าดัดแปลงนั้นเอง”
วฺยาการศตกมฺ
วฺยาการศตกมฺ
หรือ สุภาษิตร้อยบท
ฯ นมะ ศากฺยสึหาย ฯ
ขอนอบน้อมแก่พระศากยสีหะ
บทความที่ใหม่กว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)