วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

20ไม่มีมิตรอะไรเสมอด้วยวิชา

๒๐.นาสฺติ วิทฺยาสมํ มิตฺรํ น จ วฺยาธิสโม ริปุ

น จ ภกฺตฺยาสมะ เสฺนโห น จ ไทวาตฺปรํ พลมฺ.

ไม่มีมิตรอะไรเสมอด้วยวิชา

ไม่มีข้าศึกอะไรเสมอด้วยพยาธิ

ไม่มีความรักใดเสมอด้วยความภักดี

ไม่มีกำลังอะไรเสมอด้วยกรรมบันดาล.

19ทรชนผู้หาโอกาสทำโทษตอบแทนผู้อื่นอยู่เสมอ

๑๙.ทุรฺชโน นิกฺฤติปฺรายะ เสวฺยมาโน พุไธรปิ

คฺฤหฺยมาณ อิวางฺคาโร  นิรฺมลตฺวํ น คจฺฉติ.

ทรชนผู้หาโอกาสทำโทษตอบแทนผู้อื่นอยู่เสมอ

แม้จะคบกับนักปราชญ์ก็ไม่หมดมลทินไปได้

เหมือนคนจับถ่านไฟ.

18เมื่อผู้ที่ไม่ประมาทเที่ยวภิกขาจารว่า ให้ทานเถิด ให้ทานเถิด ดังนี้

๑๘. ภฺรมโต เทหิ เทตีติ ภิกฺษำ ปฺรติ นิรุคจฺฉตะ

อปฺรมาทสฺย เทาราตฺมฺยํ กถยนฺติ สวฺมูรฺติภะ.

เมื่อผู้ที่ไม่ประมาทเที่ยวภิกขาจารว่า

ให้ทานเถิด ให้ทานเถิด ดังนี้

คนโง่ย่อมพากันติเตียนตามนิสัยของตน

ว่าผู้นั้นประพฤติตนเป็นคนชั่ว.


17สิ่งที่สาธุชนทำลงแล้ว ถึงจะเล็กน้อยก็ยั่งยืนยืน เหมือนรอยที่จารึกไว้ในศิลา

๑๗.อตฺยลฺปมปิ  สาธูนำ ศิลาเลเขว ติษฺฐติ

ชลเลเขว นิจานำ  ยตฺกฺฤตํ ตทฺธิ นศฺยติ.

สิ่งที่สาธุชนทำลงแล้ว

ถึงจะเล็กน้อยก็ยั่งยืน เหมือนรอยที่จารึกไว้ในศิลา

สิ่งที่ชนต่ำช้าทำลงไว้ ย่อมพินาศไปโดยเร็ว

เหมือนรอยที่ขีดลงในน้ำ.

16บุรุษผู้ฝึกใจได้สูงแล้ว ย่อมได้รับความสุข ๒ ประการ

๑๖.ปุสามุนฺนตจิตฺตานำ ทฺวยเมว สุขาวหํ

สรฺวสงฺคนิวฺฤตฺติรฺวา วิภูติรฺวาติวิสฺตระ.

บุรุษผู้ฝึกใจได้สูงแล้ว ย่อมได้รับความสุข ๒ ประการ
  
คือคลายจากความทะเยอทะยานในสิ่งทั้งปวง ๑

มีเครื่องประดับคือคุณอันกว้างขวาง ๑.

15ความใคร่ในธรรมเป็นการรื่นรมย์ใจจริง



๑๕.สโตฺย มโนรถ กามะ สตฺยา รมฺยา วิภูตยะ

กินฺนุ มตฺตางฺคนาปางฺค- ภงฺคโลลํ หิ ชีวิตํ.

ความใคร่ในธรรมเป็นการรื่นรมย์ใจจริง

เครื่องประดับคือคุณเป็นของควรยินดีจริง เพราะเหตุใด?

เพราะเหตุว่าชีวิตเป็นของเคลื่อนไหวเร็ว

เหมือนสตรีสาวอันชายหางตาดูบุรุษฉะนั้น.

14 ถึงเวลาข้าวแพงก็ให้ทานข้าว คราวข้าวปลาบริบูรณ์ก็แจกจ่ายเงินทอง


๑๔.สโตฺย มโนรถ กามะ สตฺยา รมฺยา วิภูตยะ

กินฺนุ มตฺตางฺคนาปางฺค- ภงฺคโลลํ หิ ชีวิตํ.


ถึงเวลาข้าวแพงก็ให้ทานข้าว

คราวข้าวปลาบริบูรณ์ก็แจกจ่ายเงินทอง

คราวเกิดอันตรายก็ช่วยปลดเปลื้อง

คนเช่นนี้มีเทวดานับถือมากในสวรรค์.

13 ผู้มีวิชาย่อมหาทรัพย์สมบัติและความสุขได้เสมอไป

๑๓. ชลพินฺทุนิปาเตน กฺรมศะ ปูรฺยเต ฆฏะ


ส เหตะ สรฺววิทยานำ ธรมสฺย จ ธนสฺย จ.

ผู้มีวิชาย่อมหาทรัพย์สมบัติและความสุขได้เสมอไป
เหมือนหม้อน้ำที่ตั้งไว้กลางแจ้ง
ย่อมเต็มด้วยหยาดน้ำฝนอันตกลงมาโดยลำดับ.

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

12ชนผู้เป็นพหูสูตทรงคุณธรรมไว้ได้

๑๒.ศฺรุยตำ ธรฺมสรฺวสฺวํ ศฺรุตํ ไจวาวธารฺยตามฺ
อาตฺมนะ ปฺรติกูลานิ ปเรษำ น สมาจเรตฺ.

ชนผู้เป็นพหูสูตทรงคุณธรรมไว้ได้
ย่อมไม่ประพฤติสิ่งซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่ผู้อื่น.

11ถึงคราวเกิดประลัยกัลป์ ฝั่งมหาสมุทรที่แน่นหนาก็ประลัยได้

๑๑.ปฺรฬเย ภินฺนมรฺยาทา  ภวนฺติ กิล สาคราะ
มรฺยาทาเภทมิจฺฉนฺติ  ปฺรฬเยปิ น สาธวะ.

ถึงคราวเกิดประลัยกัลป์
ฝั่งมหาสมุทรที่แน่นหนาก็ประลัยได้
แต่สัตบุรุษทั้งหลายแม้ตนประลัยไปแล้ว
ก็ไม่ปรารถนาทำลายมารยาท.

10พวกมนุษย์ถ้าไม่มีความห่วงใยด้วยความโลภ ย่อมจะได้ดื่มน้ำอันอร่อย

๑๐. มานุษฺยํ มธุรํ นิตฺยํ ยทิ น สฺยาตฺ ภวาศฺรยะ
สุหฺฤทฺย สฺวาทุสลิละ สุภาษิตรไสรปิ.

พวกมนุษย์ถ้าไม่มีความห่วงใยด้วยความโลภ
ย่อมจะได้ดื่มน้ำอันอร่อย
และฟังรสสุภาษิตอันต้องใจเป็นสุขสำราญเสมอ.

09ถอนหนามออกจากต้นไม้ หนามย่อมทำกิริยา 2 อย่าง

.กณฺฏกานำ ขนเนน ทฺวิไธว หิ ปฺรกฺริยา
อุทฺธรณาตฺมุเข ภงฺโค ทูรโต วา วิวรฺชนมฺ.

ถอนหนามออกจากต้นไม้
หนามย่อมทำกิริยา 2 อย่าง คือ
หลุดออกมาแทงตนประการ 1
กระเด็นตกไปที่อื่น(คอยแทงผู้อื่น) ประการ 1
ไม่มีประโยชน์เลย.

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

08ถึงคราวจะเกิดวิบัติ ใครจะห้ามไม่ให้เกิดนั้นยาก

๘.วิปตฺติ กาลสญฺชาตา   ทุรฺวารฺยา เยนเกนจิตฺ
สายํ ปฺราตรฺวเน ชาตา     หานิ เกน นิวารฺยเต.

ถึงคราวจะเกิดวิบัติ
ใครจะห้ามไม่ให้เกิดนั้นยาก
เหมือนอันตรายที่เกิดขึ้นในกลางป่าเวลาเช้าและเย็น
ใครๆก็ห้ามยาก.


07คนที่ตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ทิ้งอยู่กับเรือนไม่ไปด้วย

๗.อรฺถา คฺฤเห นิวรฺตนฺเต   ศฺมศาเน มิตฺรพนฺธเวา
สุกฺฤตํ ทุษฺกฺฤตํ ไจว           คจฺฉนฺตมนุคจฺฉติ.

คนที่ตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติก็ทิ้งอยู่กับเรือนไม่ไปด้วย
ญาติและมิตรพอนำศพไปส่งป่าช้าแล้วก็กลับ
ตามไปแต่กุศลและอกุศลเท่านั้น.


06ถึงเกิดในตระกูลต่ำ ถ้ามั่งมีทรัพย์สมบัติก็มีคนนับถือ

๖.อรฺวานฺ น กุลีโนปิ   โลเกน ปูชฺยเต นระ
ศศินสฺตุลฺยวํโสปิ  นิรฺธนะ ปริภูยเต.

ถึงเกิดในตระกูลต่ำ
ถ้ามั่งมีทรัพย์สมบัติก็มีคนนับถือ
ถ้าไร้ทรัพย์สมบัติถึงจะเกิดในตระกูลเลิศลอยฟ้า
คนก็ดูแคลน.


05คนที่มีใจบริสุทธิ์แต่ให้ทานได้เพียงผักหญ้า

๕.เทยานิ ตฺฤณปรฺณานิ   ศุทฺเธน  มนสารฺถินามฺ
ตทปฺยโศธิตสฺตฺยาคะ       สฺวมำสตฺยาคการณาตฺ.

คนที่มีใจบริสุทธิ์แต่ให้ทานได้เพียงผักหญ้า
ยังชื่อว่าเป็นทานอันบริสุทธิ์ไม่ได้
เพราะการให้เลือดเนื้อซึ่งเป็นทานอันเลิศยังมีอยู่
(หมายความถึงผู้ที่ทานไดแต่ของเลวๆ ไม่กล้าให้ของที่ดี).

04คนผู้ประพฤติธรรมย่อมถือกิจวัตรอย่างหนึ่ง


.ทาริทฺรฺยสฺยาปรา มูรติ  ยาจฺญา น ทรฺวิณาลฺปตา
จรตฺยปฺยธนะ ศมฺภภุ        ตถาปิ ปรเมศฺวระ.

คนผู้ประพฤติธรรมย่อมถือกิจวัตรอย่างหนึ่ง
คือเที่ยวภิกขาจารอย่างคนขัดสน
มิใช่เที่ยวภิกขาจารเพราะไร้ทรัพย์
เหมือนพระพุทธเจ้า แม้ไม่มีทรัพย์ติดพระองค์เลย
ก็ชื่อว่าร่ำรวย.


03วาจาที่หยาบคายไม่สามารถทำใจของสัตบุรุษให้หวั่นไหวได้


๓. สาโธะ ปรุษวากฺยศฺจ   น มโน ยาติ วิกฺริยามฺ
น หิ ตายิตุ ศกฺยํ               สาครามฺพฺสฺตฺฤโณลฺกยา.

วาจาที่หยาบคายไม่สามารถทำใจของสัตบุรุษให้หวั่นไหวได้
เหมือนน้ำในมหาสมุทร ใครจะเอาคบหญ้าเผาให้ร้อนไม่ได้.

02คนที่อาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ ก็ดำรงอยู่ได้ ไม่อดตาย

๒.เอตาวชฺชนฺมสาผลฺยํ  ยทนายตฺตวฺฤตฺติตา
เย ปราธีนชนฺมานสฺ-      เต จ ชีวนฺติ เก มฺฤตาะ.

คนที่อาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ ก็ดำรงอยู่ได้ ไม่อดตาย
แต่การหาเลี้ยงชีพโดยลำพังตนเอง มีผลดีกว่า.

01ชนทั้งหลายผู้มีตามืดด้วยฝ้าหมอกคือความโง่เขลา

๑.อชฺญานติมิรานฺธานมฺ     วิภฺรานฺตำนำ กุทฺฤษฺฐิภิ
ชฺญานาญฺชนศลากาภิ       วฺยาเสโนนฺมิลิตํ จ ตตฺ.

๑.ชนทั้งหลายผู้มีตามืดด้วยฝ้าหมอกคือความโง่เขลา
ความเห็นผิดทำให้งมงายไปต่างๆ
ย่อมรักษาให้ตาสว่างได้ด้วยยาคือญาณ.

วฺยาการศตกมฺ:คำนำของหนังสือวยาการศตกะ

หนังสือ วยาการศตกะนี้ ต้นฉบับเดิมเป็นอักษรขอมจานในใบลาน  ต้นฉบับเดิมน่าจะได้มาจากลังกาในสมัยรัชการที่ ๓ ซึ่งในคราวนั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ส่งสมณทูตไปลังกาครั้งแรก และพระสังฆนายกฝ่ายรัมมะวงศ์เมืองคาฬุ ได้ให้หนังสือภาษาสันสกฤตเป็นการส่วนตัวแก่พระอมระ(พระอมราภิรักขิต (เกิด) เวลานั้นยังเป็นพระปลัดของพระธรรมการ (สุข) เมื่อเป็นตำแหน่งพระญาณรักขิต อยู่วัดบรมนิวาส)

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สภานายกหอพระสมุทรวชิรญาณ ได้สันนิษฐานไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ ว่า หนังสือวยาการศตกะนี้ได้มาจากลังกาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๓ ได้ผ่านการชำระโดย พราหมณ์ มุ. กุปปุสสวามี อารย. และพระวินิจวรรณการ(แสง สาลิตุล) เปรียญ เป็นผู้แปล ผู้ชำระหนังสือนี้ชี้แจงว่า หนังสือวยาสศตกะที่มีชื่อในบัญชีต่างประเทศนั้นเคยเห็นในอินเดีย แต่เป็นสุภาษิตทางศาสนาพราหมณ์ พระวยาสมหาฤษีเป็นผู้แต่งไว้ หนังสือวยาการศตกะนี้เป็นสุภาษิตทางพุทธศาสนา และเป็นคนละฉบับกับวยาการศตกะที่เป็นของศาสนาพราหมณ์

จึงเป็นไปได้ตามทัศนะของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่กล่าวไว้ว่า “นักปราชญ์คนใดคนหนึ่งในลังกาทวีปที่นับถือพุทธศาสนาจะเอาหนังสือวยาสศตกะของพราหมณ์มาแก้ไข ที่ไหนความเป็นสามัญใช้ได้ไม่ขัดกับทางพุทธศาสนาก็คงไว้ ที่ไหนไม่ตรงก็แก้ไขเข้าหาพุทธศาสนา เมื่อดัดแปลงแก้ไขแล้วจึงเลยเปลี่ยนชื่อว่า วยาการศตกะ คงคำ ศตกะ อันแปลว่าร้อยบทไว้ เปลี่ยนชื่อวยาสมหาฤษีเป็นวยาการ ซึ่งถ้าจะแปลความก็ว่าดัดแปลงนั้นเอง”

วฺยาการศตกมฺ

วฺยาการศตกมฺ
หรือ สุภาษิตร้อยบท

ฯ นมะ ศากฺยสึหาย ฯ
ขอนอบน้อมแก่พระศากยสีหะ